ข้ามไปเนื้อหา
นโยบายความเป็นส่วนตัว
เลื่อนเพื่อ
สำรวจ
ยิ่งธุรกิจเติบโต
คุณยิ่งควรมองเห็นได้มากขึ้น
จากเห็นปัญหาถึงเรียนรู้
0ขั้น
มุมธุรกิจที่ AI ช่วยคิด
0ด้าน
ที่ต้องสนใจ สรุปให้ทุกเช้า
0เรื่อง
ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน
0ระบบ
ที่การตัดสินใจมักสะดุด
0จุด
เห็นผลกับโจทย์จริง
0วัน
74→51
วัน Cash runway
AIR เช้านี้
Tadswan C. ผู้ก่อตั้ง CUBE
Tadswan C.

CUBE ทำอะไร
ให้องค์กรของคุณ

หนึ่งวงจรที่ทุกฝ่ายและ AI ทำงานร่วมกัน เห็น เข้าใจ ตัดสินใจ ลงมือ และเรียนรู้

AIR รายงานตอนเช้า

AIR 07:30
ตรวจ 17 รายงาน
ปกติ 14มีนัย 3
สวัสดีตอนเช้า มี 3 เรื่องที่ต้องให้ความสนใจวันนี้
เงินสด74 → 51 วัน
ยอดขาย−8.4%
OTIF92 → 83%

ใช้งานจริงครั้งแรกที่ 2B Simple

Decision Stories

Decision Stories2025 – 2026

ทุกเรื่องเล่าตามลำดับเดียวกัน เห็นอะไร ตัดสินใจอย่างไร ได้ผลแค่ไหน และองค์กรเรียนรู้อะไร

ดูทั้งหมด

ERP ช่วยจำ BI ช่วยเห็น
CUBE ช่วยให้องค์กรคิด

AI ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่สิ่งที่ลอกกันไม่ได้คือความสัมพันธ์ระหว่างสถานการณ์ การตัดสินใจ และผลลัพธ์ของทั้งองค์กร ที่สะสมได้ด้วยเวลาเท่านั้น

แผนที่ของธุรกิจ

รู้ว่าลูกค้า สินค้า สต็อก การเก็บเงิน และเงินสดเชื่อมกันอย่างไร และใครเป็นเจ้าของแต่ละเรื่อง

ไล่หาต้นตอข้ามฝ่าย

เมื่อสัญญาณหนึ่งปรากฏ CUBIC เดินย้อนตามเส้นเชื่อมด้วยข้อมูลจริง แม้ต้นตอจะอยู่คนละฝ่ายกับที่ปัญหาปรากฏ

ความทรงจำขององค์กร

บันทึกว่าครั้งก่อนเห็นอะไร เลือกทางไหน และได้ผลจริงอย่างไร ให้การตัดสินใจครั้งต่อไปดีขึ้น

เริ่ม 14-Day Sprintเริ่ม 14-Day Sprintเริ่ม 14-Day Sprint
บทความวงจรเงินสด

ตารางกระแสเงินสดอย่างง่าย: ร้านยาต้องมีเงินสำรองเท่าไร

สรุปก่อนอ่านลงรายการเงินออกและเงินเข้าของออเดอร์ตามวันที่เกิดจริง แล้วคิดยอดสะสมทีละวัน ยอดติดลบสูงสุดระหว่างทางคือเงินที่ร้านต้องเตรียมไว้ ไม่ใช่ผลรวมของวันที่ติดลบ และไม่ใช่ยอดสุทธิปลายทาง
เจ้าของร้านถือเหรียญเหนือโหลเงินสำรองที่มีแถบสีเขียวบอกระดับ ข้างสมุดบัญชีที่เปิดไว้

ตารางนี้ตอบคำถามอะไร

ลองนึกถึงตอนไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วเราต้องสำรองจ่ายค่าที่พักก่อนดูครับ เพื่อนโอนคืนทีหลัง คำถามจริงคือเราต้องมีเงินติดตัวเท่าไรถึงจะไม่ติดขัดกลางทริป ตารางนี้ก็ตอบคำถามเดียวแบบนั้น คือระหว่างรอลูกค้าจ่ายหรือรอเงินเบิกเข้า ร้านต้องมีเงินเตรียมไว้อย่างน้อยเท่าไร จึงจะจ่ายค่ายาได้ครบทุกวันโดยเงินไม่ติดลบ

เงินที่ต้องเตรียมเกิดจากช่วงเวลาระหว่างวันที่จ่ายเงินให้ผู้ขาย กับวันที่รับเงินจากการขาย ช่วงนี้เรียกว่า วงจรเงินสด (Cash Conversion Cycle) คือจำนวนวันระหว่างจ่ายผู้ขายกับรับเงินจากการขาย1

วงจรเงินสดบอกเป็นจำนวนวันเฉลี่ยของทั้งกิจการ แต่ตารางนี้ไล่เงินออกและเงินเข้าของออเดอร์จริงทีละวัน จึงได้คำตอบเป็นจำนวนเงินที่ต้องเตรียม ที่ผมชอบคือมันตอบตรงคำถามเลย แต่ต้องรู้ข้อจำกัดด้วยว่าตารางนี้ไม่ได้บอกกำไร และไม่ได้บอกว่าควรสั่งยาเพิ่มหรือลด

วิธีกรอกทีละคอลัมน์

  1. วันที่ ใส่วันที่เงินออกหรือเงินเข้าจริง ไม่ใช่วันขายหรือวันออกบิล

  2. รายการ บอกว่าเงินก้อนนั้นคืออะไร เช่น จ่ายค่ายา รับเงินงวดแรก รับเงินส่วนที่เหลือ

  3. เงินออก จำนวนเงินที่จ่ายในวันนั้น

  4. เงินเข้า จำนวนเงินที่รับในวันนั้น

  5. ยอดสะสม เริ่มจากศูนย์ แล้วแต่ละวันเอายอดสะสมของวันก่อน บวกเงินเข้า ลบเงินออก

  6. ที่มาของตัวเลข บอกว่าตัวเลขมาจากเอกสารอะไร เช่น ใบแจ้งหนี้ของผู้จัดจำหน่าย รายการเดินบัญชี หรือคำยืนยันวันจ่ายจากลูกค้า

วันที่รายการเงินออกเงินเข้ายอดสะสมที่มาของตัวเลข
วิธีกรอกจ่ายค่ายา หรือรับเงินงวดไหนยอดที่จ่ายวันนั้นยอดที่รับวันนั้นยอดสะสมวันก่อน บวกเงินเข้า ลบเงินออกใบแจ้งหนี้ รายการเดินบัญชี คำยืนยันจากลูกค้า
วันที่ …
วันที่ …
วันที่ …

พอกรอกครบแล้ว ให้วงยอดสะสมที่ติดลบมากที่สุด ตัวเลขนั้นแหละคือเงินที่ร้านต้องเตรียมไว้ เหมือนเงินที่เราต้องถือไว้ในวันที่สำรองจ่ายไปมากที่สุดระหว่างทริป

ตัวอย่างสมมติ: ยาชุด 60,000 บาทที่ได้เงินคืนสองงวด

ตัวอย่างสมมติ

สมมติว่าร้านยาสาขาหนึ่งในศูนย์การค้า จ่ายค่ายาชุดหนึ่ง 60,000 บาทในวันที่ 1 แล้วรับเงินงวดแรก 20,000 บาทในวันที่ 5 และรับส่วนที่เหลือ 80,000 บาทในวันที่ 15 เริ่มนับยอดสะสมที่ศูนย์ และไม่มีรายการอื่น

วันที่ 1 จ่ายค่ายา ยอดสะสม 0 − 60,000 = −60,000 บาท

วันที่ 5 รับเงินงวดแรก ยอดสะสม 20,000 − 60,000 = −40,000 บาท

วันที่ 15 รับส่วนที่เหลือ ยอดสะสม 80,000 − 40,000 = 40,000 บาท

ยอดติดลบสูงสุดคือ 60,000 บาทในวันที่ 1 ร้านจึงต้องเตรียมเงิน 60,000 บาท

ถ้าเอายอดติดลบของวันที่ 1 และวันที่ 5 มาบวกกัน 60,000 + 40,000 = 100,000 บาท จะได้ตัวเลขที่สูงเกินจริง ส่วนยอดปลายทาง +40,000 บาท ก็ไม่ใช่กำไรสุทธิ ผมเห็นสองจุดนี้เป็นจุดที่พลาดกันบ่อยที่สุดครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาอ่านตาราง

  • บวกยอดติดลบของทุกวันเข้าด้วยกัน ยอดติดลบของแต่ละวันเป็นยอดสะสม ซึ่งรวมเงินก้อนเดียวกันต่อเนื่องมาจากวันก่อนอยู่แล้ว การบวกกันจึงนับเงินก้อนเดิมซ้ำ

  • ใช้ยอดปลายทางเป็นเงินที่ต้องเตรียม ยอดปลายทางบอกว่าเมื่อจบทุกรายการแล้วเงินเหลือหรือขาดเท่าไร ไม่ได้บอกว่าระหว่างทางต้องมีเงินเท่าไร และไม่ใช่กำไรสุทธิ เพราะตารางนี้ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายอื่นของร้าน

  • ลงวันขายแทนวันที่เงินเข้า ถ้าใส่วันขาย ยอดสะสมจะดูดีเกินจริง และเงินที่ต้องเตรียมจะออกมาน้อยกว่าที่ต้องใช้

  • ดูทีละออเดอร์แยกกัน เมื่อหลายออเดอร์ซ้อนกันในเดือนเดียว ยอดติดลบสูงสุดของทั้งเดือนอาจมากกว่าของออเดอร์เดียว ให้ลงทุกออเดอร์ในตารางเดียวกัน

ข้อมูลร้านยาที่ควรใส่เพิ่ม

อีกเรื่องที่ผมอยากให้ระวังเฉพาะร้านยา คือยามีวันหมดอายุ2 การซื้อยาล่วงหน้าเพื่อรองรับออเดอร์เครดิตจึงเสี่ยงทั้งเงินจมและยาใกล้หมดอายุ ถ้าออเดอร์เลื่อนหรือลดจำนวน เมื่อเป็นแบบนี้ เงินจะจมอยู่ในยาชุดนั้นนานกว่าที่ลงไว้ในตาราง

ข่าวดีคืองานคุณภาพร้านยาตามมาตรฐานร้านยา (GPP) มีเรื่องการจัดการความเสี่ยงยาหมดอายุ ร้านจึงติดตามล็อตและวันหมดอายุอยู่แล้ว แค่ใส่เลขล็อตและวันหมดอายุของยาชุดที่จ่ายเงินไปในช่องที่มาของตัวเลข ก็จะเห็นว่าเงินก้อนไหนเสี่ยงจม แล้วออเดอร์เครดิตก้อนใหญ่ที่สุดของร้านคุณเดือนนี้ ต้องเตรียมเงินไว้เท่าไร?

ลองทำได้ทันที

  • เลือกออเดอร์เครดิตหรือยอดรอเบิก 1 รายการ แล้วลงวันจ่ายค่ายาและวันที่ได้เงินแต่ละงวด
  • คิดยอดสะสมทีละวัน แล้ววงยอดที่ติดลบมากที่สุด
  • ทำซ้ำกับทุกออเดอร์ในเดือนเดียวกัน เพราะเมื่อหลายออเดอร์ซ้อนกัน ยอดติดลบสูงสุดอาจมากกว่าออเดอร์เดียว

อยากเห็นสัญญาณแบบนี้จากข้อมูลของคุณเอง

14 วัน ทีม CUBE ช่วยอ่านข้อมูลจริงของคุณ และสรุปว่าควรแก้ที่จุดไหนก่อน

เริ่ม 14-Day Sprint

บทความที่เกี่ยวข้อง

เงินสดและเงินทุนหมุนเวียนวงจรเงินสด

ร้านขายส่งยาที่ให้เครดิตคลินิก มีต้นทุนแฝง 3 อย่าง

ให้เครดิตคลินิกแล้ว ร้านเสียอะไรไปบ้างนอกจากรอเงิน บทนี้แยก 3 ต้นทุนที่มักไม่มีใครจด และสิ่งที่ดูเหมือนต้นทุนแต่ไม่ใช่

เงินสดและเงินทุนหมุนเวียนวงจรเงินสด

ทำไมร้านขายยาขายดีขึ้น แต่เงินทุนจมมากขึ้น

เคสจริงของร้านยา 2 สาขาที่ยอดขายโต 40% แต่ขาดเงินจ่ายค่ายา 3.2 แสนบาท ดูว่าเงินไปรออยู่ตรงไหน และทำไมหยุดสั่งยาไม่ช่วย

เงินสดและเงินทุนหมุนเวียนวงจรเงินสด

ขายดีแต่เงินสดไม่พอ รู้ล่วงหน้าได้ไหมก่อนถึงวันต้องจ่าย

ยอดขายโตไม่ได้แปลว่าเงินพอจ่าย ดูวิธีเทียบเงินที่จะมีกับรายจ่ายสองสัปดาห์ข้างหน้า ให้รู้ก่อนถึงวันที่เงินขาด