แผนที่ของธุรกิจ
รู้ว่าลูกค้า สินค้า สต็อก การเก็บเงิน และเงินสดเชื่อมกันอย่างไร และใครเป็นเจ้าของแต่ละเรื่อง

หนึ่งวงจรที่ทุกฝ่ายและ AI ทำงานร่วมกัน เห็น เข้าใจ ตัดสินใจ ลงมือ และเรียนรู้

ใช้งานจริงครั้งแรกที่ 2B Simple
AI ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่สิ่งที่ลอกกันไม่ได้คือความสัมพันธ์ระหว่างสถานการณ์ การตัดสินใจ และผลลัพธ์ของทั้งองค์กร ที่สะสมได้ด้วยเวลาเท่านั้น
รู้ว่าลูกค้า สินค้า สต็อก การเก็บเงิน และเงินสดเชื่อมกันอย่างไร และใครเป็นเจ้าของแต่ละเรื่อง
เมื่อสัญญาณหนึ่งปรากฏ CUBIC เดินย้อนตามเส้นเชื่อมด้วยข้อมูลจริง แม้ต้นตอจะอยู่คนละฝ่ายกับที่ปัญหาปรากฏ
บันทึกว่าครั้งก่อนเห็นอะไร เลือกทางไหน และได้ผลจริงอย่างไร ให้การตัดสินใจครั้งต่อไปดีขึ้น
ในมุมผม เงินที่ร้านต้องสำรองขึ้นกับช่วงเวลาระหว่างวันที่จ่ายเงินให้ผู้ขาย กับวันที่รับเงินจากการขาย ช่วงนี้เรียกว่า วงจรเงินสด (Cash Conversion Cycle) คือจำนวนวันระหว่างจ่ายผู้ขายกับรับเงินจากการขาย คำนวณจากระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (Days Inventory Outstanding: DIO) บวกระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (Days Sales Outstanding: DSO) แล้วลบระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย (Days Payable Outstanding: DPO)12
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยคือจำนวนวันโดยเฉลี่ยตั้งแต่ขายจนได้รับเงิน ยิ่งวงจรยาว เงินยิ่งถูกผูกอยู่ในเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) มาก1 ที่ผมว่าหลายคนมองข้ามคือ ถ้ายอดที่เพิ่มขึ้นเป็นยอดที่ได้เงินช้า ร้านต้องมีเงินสำรองไว้ใช้ระหว่างรอมากขึ้นตามไปด้วย การให้เครดิตนานขึ้นอาจช่วยให้ขายได้มากขึ้น แต่เงินสดของร้านจะลดลงเพราะต้องรอนานขึ้น1
ลองนึกถึงพนักงานที่ต้องออกค่าเดินทางเองก่อนแล้วค่อยเบิกบริษัทดูครับ ยิ่งเดินทางบ่อย เงินในกระเป๋ายิ่งหายจนกว่าเงินเบิกจะเข้า ยอดขายหน้าร้านที่ลูกค้าจ่ายเงินสดหรือโอน เงินเข้าวันเดียวกับที่ขาย แต่ร้านยาที่รับผู้ป่วยบัตรทองตามโครงการร้านยาของ สปสช. จะจ่ายยาไปก่อนแล้วเบิกเงินภายหลัง ยอดขายส่วนนี้จึงเป็นเงินที่ต้องรอ ไม่ใช่เงินสดในวันขาย
ส่วนค่ายาต้องจ่ายผู้จัดจำหน่ายตามเครดิตเทอมที่ร้านได้รับ ถ้าเครดิตเทอมนี้สั้นกว่าเวลาที่ต้องรอรับเงินเบิก ช่วงต่างนี้ก็คือเงินที่ร้านต้องสำรอง
เคสจริงจากร้านยา 2 สาขาในอำเภอเมือง จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ข้อมูลและสถานะล่าสุด ณ ก.พ. 2569 ร้านเริ่มรับผู้ป่วยบัตรทองตั้งแต่ปลาย มิ.ย. 2568
ยอดขาย ก.ค. 2568 อยู่ที่ 1,400,000 บาท เทียบกับค่าเฉลี่ย เม.ย.–มิ.ย. ที่ 1,000,000 บาท ในจำนวนนี้เป็นเงินสดและโอน 1,010,000 บาท ต้นเดือน ส.ค. เจ้าของจะโอนค่ายา 680,000 บาทที่ครบกำหนดวันที่ 5 ส.ค. แต่ในบัญชีมีเงิน 360,000 บาท
ยอดขายเพิ่ม 1,400,000 − 1,000,000 = 400,000 บาท (+40%)
ยอดที่ยังรอเบิก 1,400,000 − 1,010,000 = 390,000 บาท
เงินที่ขาดวันที่ 5 ส.ค. 680,000 − 360,000 = 320,000 บาท
ยอดที่โตเกือบทั้งหมดคือยอดรอเบิก ร้านจ่ายค่ายาไปก่อนด้วยเงินตัวเอง ส่วนเงินเบิกเข้าหลังส่งข้อมูลราว 40–45 วัน และร้านรวบส่งข้อมูลทีเดียวตอนสิ้นเดือน
ตอนแรกเจ้าของคิดว่าสั่งยาเยอะเกินไป จึงหยุดสั่งยาทั้ง 2 สาขา 2 สัปดาห์ ผลคือยาขายดีขาดชั้น แต่เงินในบัญชีไม่ขยับ เพราะสต็อกไม่ได้ล้น เงินไปรออยู่ในขั้นตอนเบิก
ยอดขายที่โต 40% ไปรออยู่ในรายการส่งเบิกทั้งก้อน ก่อนหยุดสั่งของ ให้ถามก่อนว่ายอดที่โตเป็นเงินเข้าวันไหนจากบันทึกเคส ไม่ระบุชื่อ
สิ่งที่ร้านทำหลังจากนั้นคือขอเลื่อนงวดค่ายาเดือน ส.ค. ออกไป 2 สัปดาห์และกลับมาสั่งยาขายดีตามรอบเดิม เปลี่ยนจากรวบส่งข้อมูลเบิกสิ้นเดือนเป็นส่งทุกวันก่อนปิดร้าน และติดตามยอดเบิกรายสัปดาห์คู่กับยอดเงินในบัญชี
ณ ก.พ. 2569 เงินเบิกเข้าหลังวันขายเฉลี่ยราว 45 วัน จากเดิมราว 55–60 วัน และร้านไม่ต้องขอเลื่อนค่ายาอีกตั้งแต่ ต.ค. 2568 แต่ต้นเดือนยังตึงอยู่ เพราะผู้จัดจำหน่าย 2 รายที่ไม่ยืดเครดิตครบกำหนดก่อนเงินเบิกเข้า
ต้องบอกให้ครบด้วยว่าไม่ใช่ทุกยอดที่โตจะทำให้ต้องสำรองเงิน ถ้ายอดที่เพิ่มมาจากการขายเงินสดหน้าร้าน เงินเข้าวันเดียวกับที่ขาย ร้านไม่ต้องสำรองเงินไว้ อีกกรณีคือเมื่อเครดิตที่ได้จากผู้จัดจำหน่ายยาวกว่าเวลาที่ต้องรอรับเงิน เพราะเงินจากลูกค้าเข้ามาก่อนวันที่ต้องจ่ายค่ายา บางธุรกิจรับเงินก่อนจ่ายผู้ขายจนวงจรเงินสดติดลบ1
ในมุมผม บทเรียนจากเคสนี้คือก่อนลดการสั่งยาหรือเพิ่มสต็อก ให้แยกยอดขายตามช่องทางรับเงินก่อน แต่ละช่องทางได้เงินไม่พร้อมกัน และแต่ละแบบต้องใช้เงินสำรองไม่เท่ากัน เหมือนพนักงานที่เลิกรวบใบเสร็จไว้เบิกทีเดียวสิ้นเดือน เงินก็กลับเข้ากระเป๋าเร็วขึ้น แล้วยอดขายเดือนล่าสุดของร้านคุณ มาจากช่องทางไหนบ้าง?
| ช่องทางรับเงิน | ยอดขาย | วันรับเงินจากลูกค้า | ต้นทุนยาที่จ่ายก่อน | วันจ่ายผู้จัดจำหน่าย | เงินที่ต้องสำรอง |
|---|---|---|---|---|---|
| วิธีกรอก | ยอดของเดือนล่าสุดแยกตามช่องทาง | วันที่เงินเข้าบัญชีจริงหรือที่คาดไว้ | ต้นทุนยาของยอดในช่องทางนั้น | วันครบกำหนดตามเครดิตของผู้จัดจำหน่าย | ต้นทุนที่ต้องจ่ายก่อนวันรับเงิน |
| เงินสดและโอน | |||||
| รอเบิก | |||||
| ลูกค้าเครดิต |
นับได้เฉพาะส่วนที่มีวันจ่ายยืนยันหรือมีหลักฐาน และจะเข้าก่อนวันที่ต้องใช้ ส่วนที่ยังไม่รู้ว่าจะเข้าวันไหน ให้แยกไว้ก่อน อย่านำไปวางแผนจ่ายค่ายา
ตรวจตัวเลขโดย Tadswan C. · 20 ต.ค. 2569
14 วัน ทีม CUBE ช่วยอ่านข้อมูลจริงของคุณ และสรุปว่าควรแก้ที่จุดไหนก่อน
ให้เครดิตคลินิกแล้ว ร้านเสียอะไรไปบ้างนอกจากรอเงิน บทนี้แยก 3 ต้นทุนที่มักไม่มีใครจด และสิ่งที่ดูเหมือนต้นทุนแต่ไม่ใช่
ยอดขายโตไม่ได้แปลว่าเงินพอจ่าย ดูวิธีเทียบเงินที่จะมีกับรายจ่ายสองสัปดาห์ข้างหน้า ให้รู้ก่อนถึงวันที่เงินขาด
เปิดรายงานยอดขายทุกวันแต่ยังรู้ตัวช้าว่าเงินไม่พอ เพราะรายงานขาดข้อมูลหนึ่งอย่าง บทนี้ชี้ว่าคืออะไรและต้องเติมตรงไหน