A map of your business
Knows how customers, products, stock, collections and cash connect, and who owns each one.

One loop where every team and the AI work together: sense, think, decide, act and learn.

First put to work at 2B Simple
AI makes work faster. What no one can copy is the link between situations, decisions and outcomes across your organization, and that only builds up over time.
Knows how customers, products, stock, collections and cash connect, and who owns each one.
When a signal appears, CUBIC walks back along real connections, even when the cause sits in another team.
Records what was seen, which option was chosen and what really happened, so the next decision is better.
เวลากระเป๋าเดินทางออกช้า เรามักโทษสายพานที่สนามบินปลายทาง ทั้งที่บ่อยครั้งกระเป๋าค้างอยู่ที่ต้นทางตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องครับ เงินของออเดอร์ก็คล้ายกัน ออเดอร์หนึ่งรายการเดินตามลำดับ ตั้งแต่ยืนยันขาย ส่งมอบ เอกสารถึงการเงิน ออกและวางบิล จนครบกำหนดและรับเงิน ระหว่างแต่ละขั้น รายการอาจหยุดนิ่งอยู่ได้ 4 ช่วง
ยืนยันขายถึงส่งมอบ รายการอยู่ระหว่างเตรียมของหรือรอคิวส่ง
ส่งมอบถึงเอกสารถึงการเงิน เอกสารส่งมอบยังอยู่กับคนส่งของหรือทีมหน้างาน
เอกสารถึงการเงินถึงวางบิล การเงินกำลังออกบิล หรือบิลยังไปไม่ถึงมือลูกค้า
วางบิลถึงรับเงิน ลูกค้าถือบิลไว้ตามเครดิตที่ตกลงกัน
ที่ผมว่าน่าสนใจคือ สามช่วงแรกเกิดในบริษัทเราเอง มีเพียงช่วงสุดท้ายที่อยู่ในมือลูกค้า และช่วงหลังวางบิลนี้อาจเป็นเครดิตตามข้อตกลง ไม่ใช่ความผิดปกติโดยอัตโนมัติ1
วิธีที่ผมแนะนำคือเลือกออเดอร์ที่ได้เงินแล้ว 1 รายการ แล้วหาวันที่ของทุกขั้นจากเอกสารที่มี เช่น ใบสั่งซื้อ ใบรับมอบ บันทึกรับเอกสารของการเงิน หลักฐานการรับบิล และรายการเงินเข้า ใส่ลงตารางทีละแถว
| ขั้น | วันที่เข้า | วันที่ออก | จำนวนวันรอ | รออะไร | ใครถือรายการ |
|---|---|---|---|---|---|
| วิธีกรอก | วันที่รายการมาถึงขั้นนี้ | วันที่รายการไปถึงขั้นถัดไป | วันที่ออก ลบด้วยวันที่เข้า | สิ่งที่ต้องเกิดก่อนไปขั้นถัดไป | ชื่อคนหรือฝ่ายที่ถือเอกสารในช่วงนั้น |
| ยืนยันขาย ถึง ส่งมอบ | |||||
| ส่งมอบ ถึง เอกสารถึงการเงิน | |||||
| เอกสารถึงการเงิน ถึง วางบิล | |||||
| วางบิล ถึง รับเงิน |
กรอกครบแล้ว ให้แยกจำนวนวันเป็นสองกลุ่ม คือช่วงก่อนวางบิล กับช่วงหลังวางบิล ช่วงก่อนวางบิลเป็นเวลาที่อยู่ในมือเรา ส่วนช่วงหลังวางบิลต้องเทียบกับเครดิตที่ตกลงกับลูกค้า
สมมติว่าผู้ค้าส่งบรรจุภัณฑ์รายหนึ่งไล่วันที่ของออเดอร์ที่ได้เงินแล้ว พบว่ายืนยันขายวันที่ 1 ส่งมอบวันที่ 2 เอกสารถึงการเงินวันที่ 6 วางบิลวันที่ 7 และรับเงินวันที่ 22
ขายถึงส่งมอบ 2 − 1 = 1 วัน
ส่งมอบถึงเอกสารถึงการเงิน 6 − 2 = 4 วัน
การเงินรับเอกสารถึงวางบิล 7 − 6 = 1 วัน
วางบิลถึงรับเงิน 22 − 7 = 15 วัน
ช่วงที่ควรตรวจก่อนคือ 4 วันที่เอกสารยังไม่ถึงการเงิน เพราะเป็นช่วงที่ยาวที่สุดก่อนวางบิล ส่วน 15 วันหลังวางบิลต้องเทียบกับเครดิตเทอมที่ตกลงกับลูกค้าก่อน อาจเป็นเครดิตตามข้อตกลงก็ได้
ต้องยอมรับตรงๆ ว่าผู้ค้าส่งรายนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าแต่ละขั้นเริ่มลงมือวันไหน จึงบอกได้ว่าเอกสารหยุดนิ่งอยู่ช่วงไหน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าหยุดเพราะอะไร
ช่วงหลังวางบิลนานได้ตามเครดิตเทอมที่ตกลงกับลูกค้า ช่วงนี้จึงไม่ใช่ความผิดปกติโดยอัตโนมัติ1 ลูกค้าจ่ายช้าจริงก็ต่อเมื่อเงินเข้าหลังวันครบกำหนดตามเครดิตแล้ว
ในมุมผม ช่วงที่ควรสงสัยคือช่วงก่อนวางบิลที่ยาวกว่าที่ควร เพราะเครดิตของลูกค้ายังไม่เริ่มนับจนกว่าลูกค้าจะได้รับบิล ทุกวันที่เอกสารค้างอยู่ในบริษัท จึงเลื่อนวันได้เงินออกไปอีกวัน ให้เทียบกับออเดอร์อื่นของลูกค้ารายเดียวกัน หรือกับเวลาที่ทีมตกลงกันไว้ว่าควรใช้กี่วัน
ถ้าเวลารวมตั้งแต่ขายถึงได้เงินยาว แต่ช่วงหลังวางบิลไม่เกินเครดิต แปลว่าลูกค้าไม่ได้จ่ายช้า เวลาหายไปในบริษัทเราเอง เหมือนกระเป๋าที่ค้างอยู่ที่ต้นทาง ไปเร่งสายพานปลายทางก็ไม่ช่วยครับ แล้วออเดอร์ล่าสุดที่ได้เงินช้าของคุณ ค้างอยู่ช่วงไหน?
ตรวจตัวเลขโดย Tadswan C. · 20 Oct 2026
The 14-Day Sprint takes one real problem of yours from signal to solved.
ก่อนโทรทวงลูกค้า ลองไล่ดูในบริษัทก่อนว่าบิลค้างอยู่ที่ใคร บางครั้งลูกค้ายังไม่ได้รับบิลด้วยซ้ำ
ยอดขายโตไม่ได้แปลว่าเงินพอจ่าย ดูวิธีเทียบเงินที่จะมีกับรายจ่ายสองสัปดาห์ข้างหน้า ให้รู้ก่อนถึงวันที่เงินขาด
เปิดรายงานยอดขายทุกวันแต่ยังรู้ตัวช้าว่าเงินไม่พอ เพราะรายงานขาดข้อมูลหนึ่งอย่าง บทนี้ชี้ว่าคืออะไรและต้องเติมตรงไหน