A map of your business
Knows how customers, products, stock, collections and cash connect, and who owns each one.

One loop where every team and the AI work together: sense, think, decide, act and learn.

First put to work at 2B Simple
AI makes work faster. What no one can copy is the link between situations, decisions and outcomes across your organization, and that only builds up over time.
Knows how customers, products, stock, collections and cash connect, and who owns each one.
When a signal appears, CUBIC walks back along real connections, even when the cause sits in another team.
Records what was seen, which option was chosen and what really happened, so the next decision is better.
ลองนึกถึงคนจัดคอนเสิร์ตที่ตั๋วขายหมดภายในวันเดียวดูครับ หลายแพลตฟอร์มขายตั๋วจะโอนเงินให้หลังจบงาน ขณะที่ค่ามัดจำสถานที่ต้องจ่ายตอนนี้ รายงานยอดขายก็คล้ายกัน ตอบได้ดีว่าขายได้เท่าไร ขายให้ใคร และขายวันไหน เพราะยอดขายถูกบันทึกเมื่อเกิดการขายหรือออกบิล แต่เงินจะเข้าเมื่อลูกค้าจ่ายตามเครดิตที่ตกลงกัน1 รายงานที่เรียงตามวันขายจึงตอบไม่ได้ว่าเงินของออเดอร์ไหนจะเข้าวันไหน และตอนนี้เข้ามาแล้วหรือยัง
ในมุมผม สองคำถามหลังนี้แหละที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นคำถามที่ต้องใช้ตอนจะจ่ายเงินจริง สิ่งที่ต้องรู้คือ เงินสดที่ใช้ได้ทันที ซึ่งหมายถึงเงินในบัญชีและในมือที่จ่ายได้ทันทีวันนี้ พอกับ รายจ่ายที่ถึงกำหนด หรือไม่ รายจ่ายที่ถึงกำหนดคือรายจ่ายที่ต้องจ่ายภายในช่วงที่ตรวจ เช่น ค่าสินค้า เงินเดือน ค่าเช่า
ที่ผมว่าหลายคนคาดไม่ถึงคือ ธุรกิจที่มีกำไรก็อาจต้องหยุดกิจการได้ ถ้าจ่ายรายจ่ายระยะสั้นไม่ทันเมื่อถึงกำหนด1 ยอดขายที่สูงในรายงานจึงไม่ได้บอกเลยว่าสัปดาห์นี้จ่ายไหว
แม้จะดูตัวเลขอื่นเพิ่ม เช่น ตัวชี้วัดเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ก็ต้องอ่านแนวโน้มของกิจการเองเทียบหลายช่วง และเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมด้วยความระวัง1 พูดตรงๆ คือรายงานยอดขายรายวันเหมาะกับการดูทิศทางการขาย แต่ไม่ได้ทำมาเพื่อตอบว่าเงินจะพอจ่ายวันไหนครับ
ถ้าจะให้รายงานช่วยตอบเรื่องเงิน ผมว่าเพิ่มแค่สองช่องต่อออเดอร์ก็พอ ช่องแรกคือ วันครบกำหนดรับเงิน ซึ่งหลายกิจการนับจากวันวางบิลบวกเครดิตเทอมที่ตกลงกับลูกค้า ช่องที่สองคือ สถานะรับเงินจริง ว่าเงินเข้าบัญชีแล้วหรือยัง ดูจากรายการเดินบัญชี ไม่ใช่จากสถานะขายสำเร็จ เหมือนคนจัดคอนเสิร์ตที่ต้องรู้ทั้งวันที่แพลตฟอร์มจะโอน และเช็คว่าเงินโอนมาถึงบัญชีแล้วจริง
พอไม่มีสองช่องนี้ วันที่ทีมเห็นปัญหาก็จะห่างจากวันที่ปัญหาเกิดจริง ลองใช้ตารางเส้นเวลาด้านล่างไล่ดูทีละเหตุการณ์ว่าเกิดวันไหน ถูกบันทึกวันไหน และทีมเห็นวันไหน
| เหตุการณ์ | วันที่เกิด | วันที่บันทึก | วันที่ทีมเห็น | ช่วงที่ล่าช้า |
|---|---|---|---|---|
| วิธีกรอก | วันที่เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง | วันที่มีคนลงข้อมูลในรายงานหรือระบบ | วันที่มีคนในทีมรู้และหยิบขึ้นมาคุย | วันที่ทีมเห็น ลบด้วยวันที่เกิด |
| ขายหรือออกบิล | ||||
| ถึงวันครบกำหนดรับเงิน | ||||
| เงินเข้าบัญชี หรือยังไม่เข้า | ||||
| ถึงวันที่ต้องจ่ายรายจ่าย |
ถ้าแถว “ถึงวันครบกำหนดรับเงิน” มีช่วงที่ล่าช้ายาว แปลว่าทีมรู้ว่าเงินยังไม่เข้าก็ต่อเมื่อถึงวันที่ต้องจ่ายแล้ว ซึ่งในมุมผมคือวันที่แก้ได้น้อยที่สุด
สมมติว่าผู้จำหน่ายอะไหล่รายหนึ่งเปิดรายงานแล้วเห็นออเดอร์ 150,000 บาท สถานะขายสำเร็จ ในจำนวนนี้รับเงินแล้ว 50,000 บาท อีก 100,000 บาทครบกำหนดเดือนหน้า
สัปดาห์นี้มีรายจ่ายที่ถึงกำหนด 80,000 บาท และไม่มีเงินต้นงวดหรือเงินเข้าอื่น
ยอดที่ยังไม่ได้รับ 150,000 − 50,000 = 100,000 บาท ครบกำหนดเดือนหน้า
เงินที่รับแล้วหักรายจ่ายสัปดาห์นี้ 50,000 − 80,000 = −30,000 บาท
มุมของรายงานเห็นยอด 150,000 บาทพร้อมสถานะขายสำเร็จ แต่ตอบไม่ได้ว่าจ่าย 80,000 บาทสัปดาห์นี้ไหวไหม ส่วนมุมของเงินรับเห็นทันทีว่าขาด 30,000 บาท ก็เหมือนตั๋วคอนเสิร์ตที่ขายหมดแล้ว แต่เงินยังไม่ถึงมือในวันที่ต้องจ่ายค่ามัดจำ
รายงานไม่ได้ผิด แต่ข้อมูลในรายงานไม่พอสำหรับคำถามเรื่องเงินสดที่ใช้ได้ทันที สิ่งที่ขาดคือวันรับเงินของแต่ละออเดอร์ ไม่ใช่รายงานที่ถี่ขึ้น
หลายทีมแก้ด้วยการเปิดรายงานทุกชั่วโมงแทนทุกวัน ซึ่งก็ทำให้เห็นยอดขายเร็วขึ้นจริง แต่ยอดขายไม่ใช่ข้อมูลที่ขาด ถ้าในรายงานไม่มีวันครบกำหนดรับเงิน ต่อให้เปิดดูกี่ครั้ง ก็ยังไม่เห็นว่าเงินก้อนไหนจะเข้าไม่ทันวันจ่าย
ในตัวอย่างสมมติของผู้จำหน่ายอะไหล่ ถ้าเปิดรายงานทุกเช้า ก็จะเห็นออเดอร์ 150,000 บาทสถานะขายสำเร็จเหมือนเดิมทุกเช้า วันที่ทีมเห็นปัญหาจึงยังเป็นวันที่ต้องจ่าย 80,000 บาทแล้วเงินไม่พอ เหมือนคนจัดคอนเสิร์ตที่กดดูยอดตั๋วขายหมดซ้ำไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ทำให้เงินมาถึงเร็วขึ้น
สิ่งที่ผมแนะนำคือเติมวันครบกำหนดรับเงินและสถานะรับเงินจริงลงในรายงานที่ใช้อยู่ เมื่อมีสองช่องนี้ ทีมจะเห็นตั้งแต่วันที่รู้ว่าเงินจะเข้าหลังวันจ่าย ไม่ต้องรอให้ถึงวันจ่ายก่อน ช่วงที่ล่าช้าในตารางเส้นเวลาจึงสั้นลง แล้วรายงานที่ทีมคุณเปิดทุกเช้า วันนี้มีสองช่องนี้หรือยัง? ลองเปิดดูสักครั้งครับ
ตรวจตัวเลขโดย Tadswan C. · 20 Oct 2026
The 14-Day Sprint takes one real problem of yours from signal to solved.
ยอดขายโตไม่ได้แปลว่าเงินพอจ่าย ดูวิธีเทียบเงินที่จะมีกับรายจ่ายสองสัปดาห์ข้างหน้า ให้รู้ก่อนถึงวันที่เงินขาด
ก่อนโทรทวงลูกค้า ลองไล่ดูในบริษัทก่อนว่าบิลค้างอยู่ที่ใคร บางครั้งลูกค้ายังไม่ได้รับบิลด้วยซ้ำ
ให้เครดิตคลินิกแล้ว ร้านเสียอะไรไปบ้างนอกจากรอเงิน บทนี้แยก 3 ต้นทุนที่มักไม่มีใครจด และสิ่งที่ดูเหมือนต้นทุนแต่ไม่ใช่