A map of your business
Knows how customers, products, stock, collections and cash connect, and who owns each one.

One loop where every team and the AI work together: sense, think, decide, act and learn.

First put to work at 2B Simple
AI makes work faster. What no one can copy is the link between situations, decisions and outcomes across your organization, and that only builds up over time.
Knows how customers, products, stock, collections and cash connect, and who owns each one.
When a signal appears, CUBIC walks back along real connections, even when the cause sits in another team.
Records what was seen, which option was chosen and what really happened, so the next decision is better.
ลองนึกถึงหลังคาที่รั่วดูครับ ฝนตกทีไรก็เอาถังมารองแล้วเททิ้ง ห้องแห้งทุกครั้ง แต่รูบนหลังคายังอยู่ การแก้รายครั้งคือการตามเงินของบิลที่ค้างอยู่ตอนนี้ให้เข้ามา เงินที่ขาดของเดือนนั้นหายไป แต่เงื่อนไขที่ทำให้ขาดยังอยู่ การแก้กติกาคือเปลี่ยนวิธีทำงานที่ทำให้เงินขาดตั้งแต่ต้น เช่น ใช้ตัวเลขอะไรเป็นฐานในการอนุมัติรายจ่าย
ภาวะ ยอดขายโตเร็วกว่ากำลังเงินทุน (Overtrading) คือภาวะที่เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ไม่พอรองรับระดับกิจกรรมที่โตขึ้น สัญญาณที่พบคือเงินขาดมือต่อเนื่องแม้ยอดขายเพิ่ม พึ่งเงินกู้ระยะสั้นมากขึ้น หรือต้องเลื่อนจ่ายผู้ขาย12 เมื่อเงินขาดมือซ้ำเป็นรูปแบบ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่บิลใดบิลหนึ่ง
ในมุมผม กติกาที่บทนี้ชี้คือการอนุมัติรายจ่ายจากยอดขาย แทน เงินรับที่มีวันจ่ายยืนยัน ซึ่งหมายถึงเงินที่ลูกค้ายืนยันวันจ่ายแล้วหรือมีหลักฐาน และจะเข้าก่อนวันที่ต้องใช้ ตราบใดที่กติกานี้ยังอยู่ ทุกครั้งที่มียอดขายใหม่ที่ยังไม่ได้เงิน เงินสดก็จะขาดแบบเดิม ต่อให้ทีมตามเงินของรอบก่อนได้ครบ
เขียนเงินขาดมือแต่ละรอบเป็นหนึ่งแถว เริ่มจากรอบล่าสุดที่เงินตึง แล้วย้อนไปรอบก่อนหน้า
| รอบ | สิ่งที่แก้ | กติกาที่ยังอยู่ | ผลในรอบถัดไป | กติกาที่ควรทดลองเปลี่ยน |
|---|---|---|---|---|
| วิธีกรอก | สิ่งที่ทีมทำเพื่อให้เงินเข้าในรอบนั้น | วิธีทำงานที่ยังใช้แบบเดิมหลังแก้ | เงินขาดอีกหรือไม่ และขาดแบบเดิมหรือไม่ | กติกา 1 ข้อที่ถ้าเปลี่ยน ผลในรอบถัดไปน่าจะต่างไป |
| รอบที่ 1 | ||||
| รอบที่ 2 |
ที่ผมชอบในผังนี้คือมันบังคับให้เทียบ อ่านผังโดยเทียบเคสก่อนและหลังการแก้ ถ้าช่องกติกาที่ยังอยู่เหมือนเดิมทุกแถว และผลในรอบถัดไปคือเงินขาดแบบเดิม นั่นคือวงจรเกิดซ้ำ สิ่งที่แก้ไปแต่ละรอบไม่ได้แตะต้นเหตุ
สมมติว่าผู้ผลิตป้ายและสื่อสิ่งพิมพ์รายหนึ่งเงินขาดมือ รอบแรกทีมเร่งแก้เอกสารและเก็บเงินจากบิลที่ค้างได้ แต่แผนรายจ่ายยังใช้ยอดขายเป็นฐาน แทนเงินรับที่มีวันจ่ายยืนยัน
รอบถัดไปมียอดขายใหม่ 210,000 บาทที่จะได้รับเงินเดือนหน้า แต่มีการอนุมัติจ่ายจากยอดนี้ในเดือนปัจจุบัน
รอบแรก: แก้บิลค้างหนึ่งชุด เงินเข้า
ฐานอนุมัติรายจ่าย: ยังใช้ยอดขายเหมือนเดิม
รอบถัดไป: ยอดขายใหม่ 210,000 บาทถูกนำไปอนุมัติจ่ายก่อนเงินเข้า เงินสดขาดแบบเดิม
เทียบเคสก่อนและหลังการแก้ สิ่งที่แก้คือบิลค้างหนึ่งชุด แต่กติกาอนุมัติรายจ่ายไม่เปลี่ยน เงินที่ขาดซ้ำจึงเกิดจากกติกาเดิม ไม่ใช่หลักฐานว่าทีมตามหนี้ไม่ทำงาน
ผมแนะนำให้เริ่มจากข้อเดียวครับ เลือกกติกาที่อยู่ในช่องกติกาที่ยังอยู่ซ้ำกันมากที่สุดในผัง ในตัวอย่างสมมติคือฐานการอนุมัติรายจ่าย ให้ทดลองเปลี่ยนจากยอดขายเป็นเงินรับที่มีวันจ่ายยืนยัน
ทดลองเปลี่ยนทีละข้อ อย่างน้อยหนึ่งรอบเดือน แล้วเติมแถวใหม่ในผัง ถ้าผลในรอบถัดไปต่างจากเดิม แปลว่ากติกานั้นคือต้นเหตุ ถ้าเปลี่ยนหลายข้อพร้อมกัน จะไม่รู้ว่าข้อไหนได้ผล เหมือนหลังคารั่ว ซ่อมทีละจุดแล้วรอฝนรอบหน้า จะรู้ว่ารูไหนคือต้นเหตุจริง แล้วในผังของคุณ ช่องกติกาที่ยังอยู่ซ้ำกันทุกแถวคือข้อไหน?
ตรวจตัวเลขโดย Tadswan C. · 20 Oct 2026
The 14-Day Sprint takes one real problem of yours from signal to solved.
ระบบบัญชีลูกหนี้มีข้อมูลเยอะ แต่อาจยังบอกไม่ได้ว่าเงินจะเข้าวันไหน ตรวจข้อมูล 4 เรื่องว่ามีคนรับผิดชอบ นิยาม แหล่งข้อมูล และรอบอัปเดตครบไหม
เปิดรายงานยอดขายทุกวันแต่ยังรู้ตัวช้าว่าเงินไม่พอ เพราะรายงานขาดข้อมูลหนึ่งอย่าง บทนี้ชี้ว่าคืออะไรและต้องเติมตรงไหน
ยอดขายโตไม่ได้แปลว่าเงินพอจ่าย ดูวิธีเทียบเงินที่จะมีกับรายจ่ายสองสัปดาห์ข้างหน้า ให้รู้ก่อนถึงวันที่เงินขาด