แผนที่ของธุรกิจ
รู้ว่าลูกค้า สินค้า สต็อก การเก็บเงิน และเงินสดเชื่อมกันอย่างไร และใครเป็นเจ้าของแต่ละเรื่อง

หนึ่งวงจรที่ทุกฝ่ายและ AI ทำงานร่วมกัน เห็น เข้าใจ ตัดสินใจ ลงมือ และเรียนรู้

ใช้งานจริงครั้งแรกที่ 2B Simple
AI ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่สิ่งที่ลอกกันไม่ได้คือความสัมพันธ์ระหว่างสถานการณ์ การตัดสินใจ และผลลัพธ์ของทั้งองค์กร ที่สะสมได้ด้วยเวลาเท่านั้น
รู้ว่าลูกค้า สินค้า สต็อก การเก็บเงิน และเงินสดเชื่อมกันอย่างไร และใครเป็นเจ้าของแต่ละเรื่อง
เมื่อสัญญาณหนึ่งปรากฏ CUBIC เดินย้อนตามเส้นเชื่อมด้วยข้อมูลจริง แม้ต้นตอจะอยู่คนละฝ่ายกับที่ปัญหาปรากฏ
บันทึกว่าครั้งก่อนเห็นอะไร เลือกทางไหน และได้ผลจริงอย่างไร ให้การตัดสินใจครั้งต่อไปดีขึ้น
ลองนึกถึงนักบินก่อนขึ้นบินดูครับ เขาไม่ได้ดูว่าเที่ยวบินขายตั๋วได้กี่ที่ แต่เช็กน้ำมันที่มีอยู่จริงในถังกับระยะทางที่ต้องบิน การอนุมัติรายจ่ายตอนเงินตึงก็ต้องคิดแบบนั้น ยอดขายถูกบันทึกเมื่อเกิดการขายหรือออกบิล แต่เงินเข้าเมื่อลูกค้าจ่ายตามเครดิต1 ยอดขายรวมจึงนับเงินที่ยังไม่เข้าบัญชีไว้ด้วย และบางก้อนอาจเข้าหลังวันที่ต้องจ่ายรายจ่ายใหม่ที่กำลังขออนุมัติ
วิธีที่บทความนี้เสนอ และผมว่าตรงที่สุด คือดูตัวเลขสามตัวแทนยอดขาย
เงินสดที่ใช้ได้ทันที คือเงินในบัญชีและในมือที่จ่ายได้ทันทีวันนี้
เงินรับที่มีวันจ่ายยืนยัน คือเงินที่ลูกค้ายืนยันวันจ่ายแล้วหรือมีหลักฐาน และจะเข้าก่อนวันที่ต้องใช้
รายจ่ายที่ถึงกำหนด คือรายจ่ายที่ต้องจ่ายภายในช่วงที่ตรวจ เช่น ค่าสินค้า เงินเดือน ค่าเช่า
เอาเงินสดที่ใช้ได้ทันทีบวกเงินรับที่มีวันจ่ายยืนยัน แล้วหักรายจ่ายที่ถึงกำหนดในช่วงเดียวกัน ถ้าผลติดลบในวันใดวันหนึ่ง แปลว่าเงินไม่พอในวันนั้น แม้ยอดขายรวมจะสูงก็ตาม
ที่ผมชอบคือวิธีนี้ทำงานเหมือนเช็กลิสต์ก่อนขึ้นบิน ก่อนเซ็นรายจ่ายใหม่ ให้ผู้ขออนุมัติตอบ 4 ข้อนี้มาพร้อมคำขอ ถ้าข้อใดตอบไม่ได้ ยังไม่ต้องเซ็น ให้ทำตามช่องสุดท้าย คำตอบในตารางมาจากกรณีสมมติในหัวข้อถัดไป
| คำถาม | ข้อมูลที่ใช้ตอบ | คำตอบในกรณีนี้ | ถ้าตอบไม่ได้ทำอย่างไร |
|---|---|---|---|
| เงินสดที่ใช้ได้ทันทีมีพอถึงวันจ่ายเท่าไร | ยอดเงินในบัญชีและในมือวันนี้ | 20,000 บาท ไม่ใช่ยอดขาย 100,000 บาท | ขอยอดในบัญชีจากผู้ดูแลการเงินก่อน |
| รายจ่ายรวมหลังอนุมัติเกินเงินสดที่ใช้ได้ทันทีเท่าไร | รายจ่ายใหม่ รวมกับรายจ่ายเดิมที่ถึงกำหนดก่อนรับเงิน | 25,000 บาท เกินไป 5,000 บาท | ขอรายการรายจ่ายที่ถึงกำหนดจากผู้ดูแลการเงินก่อน |
| เงินรับก้อนถัดไปมีวันจ่ายยืนยันแล้วหรือยัง | คำยืนยันวันจ่ายจากลูกค้า หรือหลักฐานการจ่าย | ยังไม่ยืนยัน | ยังไม่นับเงินก้อนนั้น และส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจตัดสิน |
| รายจ่ายนี้เลื่อนได้หรือไม่ | คำตอบจากผู้ขาย และค่าเพิ่มถ้าเลื่อน | ยังต้องถามผู้ขาย | ถามผู้ขายก่อนเซ็น ถ้ายังไม่ได้คำตอบ ส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจตัดสิน |
สมมติว่าเอเจนซีจัดงานอีเวนต์แห่งหนึ่งมียอดขาย 100,000 บาทที่ยังไม่ถึงวันรับเงิน และมีเงินสดที่ใช้ได้ทันที 20,000 บาท
วันนี้มีรายจ่ายใหม่ 15,000 บาทมาขออนุมัติ ขณะที่มีรายจ่ายเดิมที่ถึงกำหนดก่อนรับเงินอีก 10,000 บาท
รายจ่ายรวมหลังอนุมัติ 15,000 + 10,000 = 25,000 บาท
เงินที่ขาด 25,000 − 20,000 = 5,000 บาท
ข้อ 1 ตอบได้ว่าเงินสดที่ใช้ได้ทันทีคือ 20,000 บาท ไม่ใช่ 100,000 บาท ข้อ 2 ตอบได้ว่ารายจ่ายรวมเกินไป 5,000 บาท ข้อ 3 เงินรับก้อนถัดไปยังไม่มีวันจ่ายยืนยัน และข้อ 4 ยังต้องถามผู้ขาย
จากข้อมูลที่มีจึงยังอนุมัติไม่ได้ ต้องได้คำตอบข้อ 3 หรือข้อ 4 ก่อน เหมือนเครื่องที่ยังเช็กไม่ครบ ก็ยังไม่ควรขึ้นบินครับ
ในมุมผม ขั้นนี้สำคัญที่สุด ส่งให้ผู้มีอำนาจตัดสินเรื่องเงินตามที่กิจการกำหนดไว้ ผู้ขออนุมัติหรือหัวหน้าที่ตอบไม่ครบ ไม่ควรเซ็นเองโดยหวังว่าเงินจะเข้าทัน
ตอนส่งเรื่อง ให้แนบคำตอบของข้อที่ตอบได้ ยอดที่จะขาด วันที่ต้องจ่าย และบอกว่าข้อไหนยังตอบไม่ได้เพราะอะไร เช่น ลูกค้ายังไม่ยืนยันวันจ่าย หรือผู้ขายยังไม่ตอบเรื่องเลื่อน
ผู้มีอำนาจจะได้เห็นภาพเดียวกัน และตัดสินได้ว่าจะรอคำยืนยันก่อน อนุมัติพร้อมเงื่อนไข หรือยังไม่อนุมัติ โดยไม่ต้องย้อนถามข้อมูลใหม่ แล้วรายจ่ายก้อนถัดไปที่กำลังจะมาถึงโต๊ะคุณ ตอบ 4 ข้อนี้ได้ครบหรือยัง?
ตรวจตัวเลขโดย Tadswan C. · 20 ต.ค. 2569
14 วัน ทีม CUBE ช่วยอ่านข้อมูลจริงของคุณ และสรุปว่าควรแก้ที่จุดไหนก่อน
ยอดขายโตไม่ได้แปลว่าเงินพอจ่าย ดูวิธีเทียบเงินที่จะมีกับรายจ่ายสองสัปดาห์ข้างหน้า ให้รู้ก่อนถึงวันที่เงินขาด
เปิดรายงานยอดขายทุกวันแต่ยังรู้ตัวช้าว่าเงินไม่พอ เพราะรายงานขาดข้อมูลหนึ่งอย่าง บทนี้ชี้ว่าคืออะไรและต้องเติมตรงไหน
ก่อนโทรทวงลูกค้า ลองไล่ดูในบริษัทก่อนว่าบิลค้างอยู่ที่ใคร บางครั้งลูกค้ายังไม่ได้รับบิลด้วยซ้ำ